4.1.1 รู้จักกับโปรแกรมนำเสนอ Microsoft PowerPoint

ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน :

Microsoft PowerPoint คืออะไร?

Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างงานนำเสนอ (Presentation) โดยมีลักษณะเป็นสไลด์ (Slide) แต่ละแผ่น ซึ่งสามารถใส่ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจ

PowerPoint มีประโยชน์อย่างไร

  • สร้างงานนำเสนอที่น่าสนใจ: ช่วยให้นักเรียนนำเสนอรายงาน โครงงาน หรือเนื้อหาต่างๆ ในรูปแบบที่น่าสนใจ ดึงดูดความสนใจ และเข้าใจง่ายขึ้น
  • พัฒนาทักษะการสื่อสาร: ฝึกให้นักเรียนเรียบเรียงข้อมูล นำเสนออย่างเป็นระบบ และมีความมั่นใจในการพูด
  • เรียนรู้การใช้เทคโนโลยี: เป็นการเรียนรู้และฝึกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการศึกษาในอนาคต
  • กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์: นักเรียนสามารถออกแบบสไลด์ ตกแต่ง และเลือกใช้องค์ประกอบต่างๆ ได้อย่างอิสระ

PowerPoint ทำอะไรได้บ้าง

  • สร้างสไลด์: เพิ่มสไลด์ใหม่ ลบสไลด์ และจัดลำดับสไลด์
  • ใส่ข้อความ: พิมพ์ข้อความ เลือกรูปแบบตัวอักษร ขนาด สี และการจัดวาง
  • ใส่รูปภาพ: แทรกรูปภาพจากไฟล์ในเครื่อง หรือจากอินเทอร์เน็ต
  • ใส่วิดีโอและเสียง: เพิ่มวิดีโอและเสียงเพื่อประกอบการนำเสนอ
  • ใส่ภาพเคลื่อนไหว: กำหนดลักษณะการปรากฏของข้อความและรูปภาพ เช่น การเลื่อนเข้า การหมุน หรือการจาง
  • เลือกแม่แบบ: ใช้แม่แบบ (Template) ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้งานนำเสนอสวยงามและรวดเร็ว
  • บันทึกและเปิดไฟล์: บันทึกงานนำเสนอเป็นไฟล์ และเปิดไฟล์เพื่อแก้ไขหรือนำเสนอ

พรีเซนเตชั่น (Presentation)

พรีเซนเตชั่น (Presentation) หรือการนําเสนอข้อมูล คือ การบรรยายหรือการนําเสนอให้แก่ผู้ฟังโดยอาจมีอุปกรณ์ ประกอบการบรรยาย หรือไม่ก็ได้ เช่น การบรรยายหน้าชั้นเรียนของอาจารย์ผู้สอน การนําเสนอรายงานของนักเรียน การนําเสนอรายงานของนักเรียน การนําเสนอสินค้า ของพนักงานขาย การนําเสนอรายงานของลูกน้องต่อเจ้านาย หรือ การแสดงระบบการทํางานในองค์กรเป็นต้น การเตรียมอุปกรณ์สําหรับ การนําเสนอนั้น ค่อนข้างยุ่งยากเพราะต้องใช้สื่อ ประกอบการบรรยายมากมาย เช่น แผ่นป้าย แผนภูมิ แผ่นใส ฯลฯ แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาทช่วยใน การเตรียมงานนําเสนอเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เราสามารถนําเสนอผ่านทางจอโทรทัศน์ โปรเจ็คเตอร์ และเว็บไซท์ได้ อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างงานนําเสนอได้อย่างน่าสนใจคือ โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 นอกจากจะช่วยอํานวยความสะดวกในการสร้างงานนําเสนอแล้วยังสามารถเพิ่ม ความน่าสนใจ โดยการใช้รูปภาพแอนิเมชั่นและเสียงได้เป็นอย่างดี

ส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรม Power Point 2016

หมายเลข  1   แถบแฟ้ม (File) หรือเมนูแฟ้มจะอยู่ที่มุมซ้ายบนของหน้าต่าง PowerPoint เมื่อคลิกที่แฟ้ม คุณจะเข้าสู่มุมมอง Backstage ซึ่งมีคำสั่งต่าง ๆ


หมายเลข 2   แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) จะอยู่ด้านบนสุดของหน้าต่าง PowerPoint แถบนี้จะแสดงชื่อของไฟล์งานนำเสนอที่เปิดอยู่ และยังมีปุ่มควบคุมหน้าต่าง


หมายเลข 3 ปุ่มควบคุม ปุ่มควบคุมจะอยู่ที่มุมขวาบนของหน้าต่าง PowerPoint ประกอบด้วยปุ่ม 3 ปุ่มหลัก ๆ  ปุ่มย่อหน้าต่าง, ปุ่มขยายหน้าต่าง ,ปุ่มปิดหน้าต่าง


หมายเลข 4 ริบบอน (Ribbon)  ริบบอนเป็นแถบเครื่องมือที่อยู่ด้านบนของหน้าต่าง PowerPoint แบ่งออกเป็นแท็บต่าง ๆ เช่น Home, Insert, Design, Transitions, Animations, Slide Show, Review และ View


หมายเลข 5 แถบนำทาง (Navigation Pane) แถบนำทางอยู่ทางด้านซ้ายของหน้าต่าง PowerPoint แสดงภาพรวมของสไลด์ทั้งหมดในงานนำเสนอ


หมายเลข 6 พื้นที่สไลด์ (Slide Pane) พื้นที่สไลด์เป็นพื้นที่กลางหน้าจอที่ใช้สำหรับการแก้ไขและออกแบบสไลด์ของคุณ คุณสามารถเพิ่มข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และองค์ประกอบอื่น ๆ ลงในสไลด์


หมายเลข 7 แถบสถานะ(status bar)  อยู่ที่ด้านล่างของหน้าต่าง


หมายเลข 8  ปุ่มมุมมอง  อยู่ที่มุมขวาล่างของหน้าต่าง PowerPoint ใช้สำหรับสลับมุมมองการทำงานต่าง ๆ เช่น Normal View, Slide Sorter View, Reading View, และ Slide Show View

ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน :

วิธีการปกป้องข้อมูลส่วนตัว

การปกป้องข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีนำข้อมูลของเราไปใช้ในทางที่ไม่ดี เรามีวิธีหลายอย่างในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเรา วิธีการปกป้องข้อมูลส่วนตัว: ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า: ไม่บอกชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ให้กับคนที่เราไม่รู้จัก ไม่นัดเจอคนที่เราคุยด้วยทางอินเทอร์เน็ต หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง ระมัดระวังในการพูดคุยกับคนแปลกหน้าในเกมออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆ สร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัย: ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก โดยใช้ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกัน ไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบัญชี เก็บรักษารหัสผ่านเป็นความลับ ไม่บอกให้ใครรู้ ระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ต: ไม่คลิกลิงก์ หรือเปิดไฟล์แนบจากอีเมล หรือข้อความที่ไม่รู้จัก ไม่ดาวน์โหลดโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่างๆ บอกผู้ปกครองหรือคุณครู เมื่อเจอสิ่งผิดปกติ: หากมีคนแปลกหน้าทักมา หรือขอข้อมูลส่วนตัวของเรา หากเจอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือน่ากลัวบนอินเทอร์เน็ต หากถูกกลั่นแกล้ง...

ทำไมเราต้องปกป้องข้อมูลส่วนตัว?

ข้อมูลส่วนตัวของเรานั้นสำคัญมาก เหมือนกับกุญแจที่ใช้เปิดบ้าน ถ้ามีคนที่ไม่หวังดีได้กุญแจไป เขาอาจจะเข้ามาในบ้านของเราและทำสิ่งที่ไม่ดีได้ ข้อมูลส่วนตัวก็เช่นกัน ถ้าคนที่ไม่หวังดีได้ข้อมูลส่วนตัวของเราไป เขาอาจจะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี ทำให้เราเดือดร้อนได้ เหตุผลที่เราต้องปกป้องข้อมูลส่วนตัว: ป้องกันการถูกแอบอ้าง: คนที่ไม่หวังดีอาจนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้แอบอ้างเป็นตัวเรา เช่น สมัครบัญชีออนไลน์ หรือทำธุรกรรมต่างๆ ในชื่อของเรา ทำให้เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ ป้องกันการถูกหลอกลวง: คนที่ไม่หวังดีอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราในการหลอกลวง เช่น ส่งอีเมลหรือข้อความหลอกลวงให้เราโอนเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม ป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง: คนที่ไม่หวังดีอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราในการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ เช่น เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเราให้คนอื่นรู้ หรือใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราในการสร้างข่าวลือที่ไม่ดี ป้องกันการถูกขโมยข้อมูล: คนที่ไม่หวังดีอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของเราไปขาย หรือนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน: ข้อมูลส่วนตัวบางอย่างเช่น...

ข้อมูลส่วนตัวคืออะไร?

ข้อมูลส่วนตัว คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเราได้ ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมาก เพราะหากมีคนรู้ข้อมูลส่วนตัวของเรา อาจนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้ ตัวอย่างข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-นามสกุล: ชื่อจริงและนามสกุลของเรา ที่อยู่: บ้านเลขที่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์ เบอร์โทรศัพท์: เบอร์โทรศัพท์บ้านหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือของเรา วันเดือนปีเกิด: วัน เดือน และปีที่เราเกิด รูปภาพ: รูปถ่ายของเรา ข้อมูลโรงเรียน: ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน...

พัฒนาอินโฟกราฟิกให้ปัง! ด้วยการรับฟังและปรับปรุงผลงาน

ความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็น: ช่วยให้เข้าใจมุมมองและความต้องการของผู้ฟัง ช่วยให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของผลงาน ช่วยให้สามารถปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น: 1. เปิดใจรับฟัง: ตั้งใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างตั้งใจ หลีกเลี่ยงการโต้แย้งหรือตัดสินความคิดเห็น 2. จดบันทึก: จดบันทึกความคิดเห็นที่สำคัญ เพื่อนำมาพิจารณา 3. วิเคราะห์ความคิดเห็น: แยกแยะความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ พิจารณาว่าความคิดเห็นใดที่สามารถนำมาปรับปรุงผลงานได้ 4. ปรับปรุงผลงาน: นำความคิดเห็นที่ได้มาปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น ทดสอบผลงานที่ปรับปรุงแล้วกับกลุ่มเป้าหมาย 5. ขอบคุณผู้ให้ความคิดเห็น: แสดงความขอบคุณต่อผู้ที่ให้ความคิดเห็น แสดงให้เห็นว่าความคิดเห็นของพวกเขาได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ เทคนิคการรับฟังความคิดเห็น: ตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แสดงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้ฟัง สรุปความคิดเห็นของผู้ฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้อง ขอคำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน การนำเสนอผลงาน และรับฟังความคิดเห็น หลังจากนำเสนอผลงาน Infographic เสร็จ ควรเปิดโอกาศให้ผู้ร่วมรับชมผลงานนั้น ได้แสดงความคิดเห็น จดบันทึกคำถาม และข้อสงสัยต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขผลงาน กิจกรรม: ให้นักเรียนนำเสนออินโฟกราฟิกที่ตนเองสร้าง และรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนๆ หรือครู ให้นักเรียนปรับปรุงอินโฟกราฟิกของตนเองตามความคิดเห็นที่ได้รับ ให้นักเรียนสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นและการปรับปรุงผลงาน คำถามทบทวน: ทำไมการรับฟังความคิดเห็นจึงสำคัญ? มีขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นอย่างไร? มีเทคนิคอะไรบ้างในการรับฟังความคิดเห็น?...

About ครูออฟ 1711 Articles
https://www.kruaof.com