ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใช้สื่อหรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ: เข้าใจลิขสิทธิ์และ Creative Commons

ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน :

ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิทางกฎหมายที่คุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด เพลง หนังสือ หรือแม้แต่โค้ดคอมพิวเตอร์ เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์ที่จะควบคุมการนำผลงานของตนไปใช้ เช่น การคัดลอก การเผยแพร่ หรือการดัดแปลง

Creative Commons หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า CC คือ สัญญาอนุญาตที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถแบ่งปันผลงานของตนกับผู้อื่นได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานที่หลากหลาย ทำให้ผู้อื่นสามารถนำผลงานไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอย่างเป็นทางการ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

เหตุใด Creative Commons จึงสำคัญ?

  • ส่งเสริมการแบ่งปันความรู้: ช่วยให้ข้อมูลและความรู้ต่างๆ แพร่กระจายไปได้อย่างกว้างขวาง
  • สนับสนุนการสร้างสรรค์: เปิดโอกาสให้ผู้คนนำผลงานที่มีอยู่ไปดัดแปลงและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ
  • อำนวยความสะดวกในการใช้งาน: ทำให้การนำผลงานไปใช้เป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง

สัญลักษณ์ของ Creative Commons

สัญลักษณ์ของ Creative Commons จะระบุเงื่อนไขการใช้งานของผลงาน โดยมีสัญลักษณ์พื้นฐาน 4 ตัว ได้แก่

  • BY: อ้างอิงแหล่งที่มา (Attribution) หมายถึง ผู้ที่นำผลงานไปใช้ต้องระบุที่มาของผลงาน
  • SA: ให้อนุญาตต่อไปแบบเดียวกัน (Share-Alike) หมายถึง หากดัดแปลงผลงาน จะต้องเผยแพร่ผลงานที่ดัดแปลงภายใต้สัญญาอนุญาตเดียวกัน
  • NC: ห้ามใช้เพื่อการค้า (Non-Commercial) หมายถึง ห้ามนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า
  • ND: ห้ามดัดแปลง (No Derivatives) หมายถึง ห้ามดัดแปลงผลงาน

ตัวอย่างสัญลักษณ์:

Creative Commons symbols

สัญลักษณ์เหล่านี้จะรวมกันเป็นชุดต่างๆ เพื่อระบุเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น CC BY-NC-SA หมายถึง อนุญาตให้ใช้ได้โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้า และหากดัดแปลงต้องใช้สัญญาอนุญาตเดียวกันกับต้นฉบับนั่นเอง

วิธีการตรวจสอบสัญญาอนุญาต Creative Commons

  • มองหาสัญลักษณ์: มองหาสัญลักษณ์ Creative Commons บนผลงานนั้นๆ
  • อ่านคำอธิบาย: อ่านคำอธิบายเกี่ยวกับสัญญาอนุญาตที่ระบุไว้
  • ตรวจสอบแหล่งที่มา: หากไม่แน่ใจ สามารถติดต่อผู้สร้างสรรค์ผลงานเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวัง

  • อ่านเงื่อนไขให้ละเอียด: ก่อนนำผลงานไปใช้ ควรอ่านเงื่อนไขการใช้งานให้ละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
  • ให้เครดิตแก่เจ้าของผลงาน: อย่าลืมระบุที่มาของผลงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาต
  • เคารพสิทธิของผู้อื่น: แม้ว่าผลงานจะเป็น Creative Commons ก็ตาม แต่ก็ยังคงมีสิทธิบางอย่างที่เจ้าของผลงานยังคงเป็นผู้ครอบครอง

สรุป

Creative Commons เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการแบ่งปันและนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ประโยชน์ แต่การใช้งานต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Creative Commons จะช่วยให้คุณสามารถนำผลงานต่างๆ มาใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน :

วิธีการปกป้องข้อมูลส่วนตัว

การปกป้องข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีนำข้อมูลของเราไปใช้ในทางที่ไม่ดี เรามีวิธีหลายอย่างในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเรา วิธีการปกป้องข้อมูลส่วนตัว: ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า: ไม่บอกชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ให้กับคนที่เราไม่รู้จัก ไม่นัดเจอคนที่เราคุยด้วยทางอินเทอร์เน็ต หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง ระมัดระวังในการพูดคุยกับคนแปลกหน้าในเกมออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆ สร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัย: ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก โดยใช้ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกัน ไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบัญชี เก็บรักษารหัสผ่านเป็นความลับ ไม่บอกให้ใครรู้ ระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ต: ไม่คลิกลิงก์ หรือเปิดไฟล์แนบจากอีเมล หรือข้อความที่ไม่รู้จัก ไม่ดาวน์โหลดโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่างๆ บอกผู้ปกครองหรือคุณครู เมื่อเจอสิ่งผิดปกติ: หากมีคนแปลกหน้าทักมา หรือขอข้อมูลส่วนตัวของเรา หากเจอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือน่ากลัวบนอินเทอร์เน็ต หากถูกกลั่นแกล้ง...

ทำไมเราต้องปกป้องข้อมูลส่วนตัว?

ข้อมูลส่วนตัวของเรานั้นสำคัญมาก เหมือนกับกุญแจที่ใช้เปิดบ้าน ถ้ามีคนที่ไม่หวังดีได้กุญแจไป เขาอาจจะเข้ามาในบ้านของเราและทำสิ่งที่ไม่ดีได้ ข้อมูลส่วนตัวก็เช่นกัน ถ้าคนที่ไม่หวังดีได้ข้อมูลส่วนตัวของเราไป เขาอาจจะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี ทำให้เราเดือดร้อนได้ เหตุผลที่เราต้องปกป้องข้อมูลส่วนตัว: ป้องกันการถูกแอบอ้าง: คนที่ไม่หวังดีอาจนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้แอบอ้างเป็นตัวเรา เช่น สมัครบัญชีออนไลน์ หรือทำธุรกรรมต่างๆ ในชื่อของเรา ทำให้เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ ป้องกันการถูกหลอกลวง: คนที่ไม่หวังดีอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราในการหลอกลวง เช่น ส่งอีเมลหรือข้อความหลอกลวงให้เราโอนเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม ป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง: คนที่ไม่หวังดีอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราในการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ เช่น เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเราให้คนอื่นรู้ หรือใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราในการสร้างข่าวลือที่ไม่ดี ป้องกันการถูกขโมยข้อมูล: คนที่ไม่หวังดีอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของเราไปขาย หรือนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน: ข้อมูลส่วนตัวบางอย่างเช่น...

ข้อมูลส่วนตัวคืออะไร?

ข้อมูลส่วนตัว คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเราได้ ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมาก เพราะหากมีคนรู้ข้อมูลส่วนตัวของเรา อาจนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้ ตัวอย่างข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-นามสกุล: ชื่อจริงและนามสกุลของเรา ที่อยู่: บ้านเลขที่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์ เบอร์โทรศัพท์: เบอร์โทรศัพท์บ้านหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือของเรา วันเดือนปีเกิด: วัน เดือน และปีที่เราเกิด รูปภาพ: รูปถ่ายของเรา ข้อมูลโรงเรียน: ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน...

พัฒนาอินโฟกราฟิกให้ปัง! ด้วยการรับฟังและปรับปรุงผลงาน

ความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็น: ช่วยให้เข้าใจมุมมองและความต้องการของผู้ฟัง ช่วยให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของผลงาน ช่วยให้สามารถปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น: 1. เปิดใจรับฟัง: ตั้งใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างตั้งใจ หลีกเลี่ยงการโต้แย้งหรือตัดสินความคิดเห็น 2. จดบันทึก: จดบันทึกความคิดเห็นที่สำคัญ เพื่อนำมาพิจารณา 3. วิเคราะห์ความคิดเห็น: แยกแยะความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ พิจารณาว่าความคิดเห็นใดที่สามารถนำมาปรับปรุงผลงานได้ 4. ปรับปรุงผลงาน: นำความคิดเห็นที่ได้มาปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น ทดสอบผลงานที่ปรับปรุงแล้วกับกลุ่มเป้าหมาย 5. ขอบคุณผู้ให้ความคิดเห็น: แสดงความขอบคุณต่อผู้ที่ให้ความคิดเห็น แสดงให้เห็นว่าความคิดเห็นของพวกเขาได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ เทคนิคการรับฟังความคิดเห็น: ตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แสดงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้ฟัง สรุปความคิดเห็นของผู้ฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้อง ขอคำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน การนำเสนอผลงาน และรับฟังความคิดเห็น หลังจากนำเสนอผลงาน Infographic เสร็จ ควรเปิดโอกาศให้ผู้ร่วมรับชมผลงานนั้น ได้แสดงความคิดเห็น จดบันทึกคำถาม และข้อสงสัยต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขผลงาน กิจกรรม: ให้นักเรียนนำเสนออินโฟกราฟิกที่ตนเองสร้าง และรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนๆ หรือครู ให้นักเรียนปรับปรุงอินโฟกราฟิกของตนเองตามความคิดเห็นที่ได้รับ ให้นักเรียนสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นและการปรับปรุงผลงาน คำถามทบทวน: ทำไมการรับฟังความคิดเห็นจึงสำคัญ? มีขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นอย่างไร? มีเทคนิคอะไรบ้างในการรับฟังความคิดเห็น?...

About ครูออฟ 1711 Articles
https://www.kruaof.com